มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

วิสัยทัศน์คณบดี

ผมเป็นอาจารย์และนักวิจัยของที่นี่มากว่า 30 ปีเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ตลอด ผมได้เรียนรู้ว่าการที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพออกมานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วัตถุดิบ หน้าที่ของมหาวิทยาลัย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ คือการผลิตบัณฑิตและงานวิจัยที่มีคุณภาพ ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพของทั้งสองด้าน จึงเป็นสิ่งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดขึ้น หากพิจารณาถึงสิ่งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มีอยู่ในตอนนี้ คือ อาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง รวมทั้งมีการคัดเลือกนักศึกษาที่เก่งและดีเพื่อเข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ หรือจุดแข็งของเราที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาด้วยการดึงเอาศักยภาพของนักศึกษา อาจารย์ตลอดจนบุคลากรออกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาตนเอง คณะ และมหาวิทยาลัยให้ก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก สนับสนุนการสร้างงานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ (Research Excellence) ที่เน้นผลงานตีพิมพ์ในระดับชาติและนานาชาติ และมีความเชื่อมโยงและมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม (Research Relevance) เน้นการตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรม รวมถึงการกระจายความรู้จากงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมให้มาก โดยจะดำเนินการควบคู่กันไป

แนวทางการบริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ของผม จึงให้ความสำคัญกับการบูรณาการและเชื่อมโยงให้ทุกคนในคณะได้มีส่วนในการคิด แสดงความคิดเห็น ระดมสมองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในทุกด้าน อันจะทำให้ทุกคนได้นำเอาศักยภาพที่แท้จริงออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกัน เน้นการทำงานที่มีความสำคัญ โดยพิจารณาจากงานที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมสูงสุดก่อน เนื่องจากเวลาของเราทุกคนมีเท่ากันและจำกัด จึงต้องเลือกทำงานตามลำดับความสำคัญที่ชัดเจน แต่สิ่งสำคัญคือ การทำให้ทุกคนมีวิธีคิดและได้ร่วมกันตัดสินใจ มีการกระจายงานไปตามรองคณบดีแต่ละท่าน สร้างความร่วมมือกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำคณะ และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของแต่ละภาควิชา และสิ่งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มุ่งเน้นในการผลักดันให้เกิดขึ้นตามนโยบายของมหาวิทยาลัย คือ นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรของคณะวิศวกรรมศาสตร์จะต้องพัฒนางานวิจัย และทักษะด้านภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กัน ในแต่ละปีคณะวิศวกรรมศาสตร์ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอกประมาณ 500 คนต่อปี ซึ่งนั่นก็หมายถึงเราได้ผลิตงานวิจัยออกมาประมาณ 500 ชิ้นต่อปีเช่นกัน คณะวิศวกรรมศาสตร์จึงมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกคนมีช่องทางและเวทีที่จะนำงานวิจัยเหล่านั้นไปเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน และที่สำคัญคือได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ”

 “จากการที่ได้ใช้ระยะเวลาเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ผมมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก หลายสิ่งหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว หรือการเปลี่ยนถ่ายระบบคลังความรู้ที่ไม่คาดคิด หากย้อนไปเมื่อ 60 ปีก่อน การเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ต้องเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ปัจจุบันใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวโดยการเดินทางด้วยเครื่องบิน หรือจากเดิมที่เราต้องพกหนังสือเล่มหนาหลายสิบเล่ม หลายพันหน้า แต่ใครจะคิดว่าตอนนี้ข้อความในหนังสือนั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบของไฟล์ Thumb Drive เพียงอันเดียวก็สามารถบรรจุหนังสือทั้งหมดนั้นลงไปได้และสามารถเปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่สิ่งที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงก็คือ พฤติกรรมของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เมื่อคนเราสามารถหาข้อมูลได้มากขึ้น เร็วขึ้นและง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เรามีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันความง่ายอาจส่งผลให้ความอดทนของคนเราลดลงตามไปด้วย

ดังนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์จึงต้องสร้างให้นักศึกษา “มีความรู้ดี ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีจิตอาสาและรู้เท่าทันโลก” ทั้งหมดนี้อาจดูเป็นสิ่งง่ายๆ แต่สร้างยาก เพราะต้องใช้ความอดทนในการพัฒนาให้นักศึกษาของเรามีสิ่งเหล่านี้ติดตัวออกไปพร้อมกับคำว่า “ศิษย์เก่า มจธ.”

การมีความรู้ดีจะสร้างขึ้นได้ก็ต้องเกิดจากผู้ที่มีความรู้ดีและมีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ คณะวิศวกรรมศาสตร์จึงมุ่งเน้นการรับอาจารย์ที่มีคุณภาพ และพัฒนาอาจารย์ทุกท่านเพื่อดึงศักยภาพออกมาใช้อย่างเต็มที่ในการเรียนการสอน สร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา คณะและมหาวิทยาลัย

ความซื่อสัตย์ ขยันและอดทน เป็นสิ่งที่เราปลูกฝังให้นักศึกษาทุกคนต้องยึดมั่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จะไปประกอบอาชีพในสาขาวิชาใดก็ตาม ความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณของอาชีพก็เป็นสิ่งที่ต้องยึดถือ ความขยัน เพราะเวลาของทุกคนจะมีเท่ากัน แต่ถ้ามีความขยันจะทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าคนอื่น และสิ่งที่ตัวเราจะได้กลับมาก็จะมากกว่าคนอื่นด้วย และความอดทน อดทนต่อสิ่งเราควรทำ อดทนต่อสิ่งที่ยั่วยุให้เราเดินผิดทางซึ่งไม่ควรทำ ก็จะทำให้เราได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

การมีจิตอาสาถือเป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องมี เพราะนอกจากการใช้ความรู้ความสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่น สังคมและประเทศชาติ เพื่อนำไปสู่ชีวิตการทำงานที่เป็นที่ต้องการและได้รับการยอมรับจากบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ

และสิ่งสุดท้าย คือการสอนให้นักศึกษารู้เท่าทันโลกที่มีความเปลี่ยนแปลง เข้าใจในบริบทของสังคมและความต้องการของตลาดแรงงาน คือการเลือกเรียนในศาสตร์ที่ไม่ตกรุ่น นั่นก็คือ การเรียนในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ซึ่งได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย โดยในปัจจุบันมีปัจจัยที่ 5 คือ การสื่อสาร เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ยังคงต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะถึงแม้ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะมีความเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเพียงใด หรือเทคโนโลยีจะเข้าทดแทนบางสิ่งบางอย่างได้ แต่กับปัจจัย 4 ไม่อาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีได้เพียงแต่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีเท่านั้น หากเราก้าวทันเทคโนโลยีและมีความอดทนก็จะนำพาให้เราก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแน่นอน”

 “การปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้น ทันสมัยขึ้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว การร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราได้เข้าใจถึงความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างดี เพื่อให้หลักสูตรของเรามีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในวงการการศึกษา  การประกันคุณภาพหลักสูตรจึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ต้องมีการประกันคุณภาพ ซึ่ง มจธ. ใช้ ASEAN University Network – Quality Assurance (AUN-QA)  ส่วนในบางสาขาวิชาที่มีความพร้อมสูง ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็จะผลักดันไปสู่การรับรองหลักสูตรเฉพาะทางด้านสาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีจาก Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET)  ซึ่งจะสามารถเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและความทัดเทียมกับการเรียนการสอนในระดับนานาชาติ

ถึงแม้ว่าการปรับปรุงหลักสูตรจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การจัดอันดับของ QS World University Ranking และ Times Higher Education World University Rankings ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคณะวิศวกรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัย ด้วยการประเมินและมีตัวชี้วัด ซึ่งประกอบด้วย จำนวนอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ การเรียนการสอน  คุณภาพบัณฑิตที่ได้งาน มีนักศึกษาต่างชาติ และที่สำคัญคือ งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพของการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย หลักสูตรที่ดีอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ แต่ต้องสอดคล้องกับการรับรองด้วยการจัดอันดับจากสถาบันหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือนับเป็นส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน”

“สิ่งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์มีและเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นหลักสำคัญที่ทำให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ก้าวขึ้นมาแข่งขันในระดับประเทศได้ คือ ความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับในความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของคณะ เพราะเรามีคณาจารย์และบุคลากรมีคุณภาพ และมีศักยภาพสูงระดับประเทศ เรามีนักศึกษาที่เก่งด้วยการคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนที่ดีจากการคัดเลือกและสรรหานักศึกษาเชิงรุก (Active Recruitment) เข้ามาศึกษาต่อที่คณะเรามีทรัพยากรที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ และนี่คือวัตถุดิบที่ดี เมื่อหลอมรวมกันแล้ว ทำให้เกิดผลิตผลที่ดีออกสู่สังคมและประเทศชาติ บัณฑิตของเราหรือศิษย์เก่า มจธ. ยังได้รับความเชื่อถือว่าเป็นกลุ่มวิศวกรที่มีคุณภาพสูง ด้วยการบ่มเพาะและขัดเกลาทั้งความเก่งและความดี คือ เก่งในศาสตร์ เชี่ยวชาญในการลงมือทำ (Hands-on) ดีในความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณที่ดีในอาชีพ จนทำให้วันนี้บัณฑิตของเราหรือศิษย์เก่า มจธ. ก้าวไปสู่การเป็นวิศวกรที่ได้รับความไว้วางใจ เป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ อันนำมาสู่การสร้างชื่อเสียงให้กับคณะและมหาวิทยาลัยตลอดมาจนถึงวันนี้”

 “ผมอยากให้ทุกคนในคณะวิศวกรรมศาสตร์มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเราไปสู่จุดหมายที่เราทุกคนต้องการด้วยกัน สิ่งที่จะทำให้นักศึกษาที่เก่งนั้นยังคงความเก่งอยู่ได้ คือ การได้รับการดูแล ใส่ใจ ส่งเสริมในทางที่ควรจะเป็นด้วยความรู้ตามหลักวิชาที่จะนำไปสู่การประกอบอาชีพวิศวกรที่มีคุณภาพ และสิ่งที่จะสร้างให้นักศึกษาของเราดีได้นั้น คือ การปลูกฝังคุณธรรม สร้างค่านิยมที่ดี ให้เกิดเป็นอัตลักษณ์ติดตัวพวกเขาออกไปผ่านกิจกรรมต่างๆ สิ่งเหล่านั้นคือหน้าที่ของเรา เหล่าอาจารย์และบุคลากรมีส่วนสำคัญที่จะสร้างให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเปล่าประโยชน์ทันที หากนักศึกษาไม่ให้ความร่วมมือ เพราะสิ่งใดก็ตามที่จะเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงตัวนักศึกษาได้ ก็ต้องเป็นสิ่งที่นักศึกษามีความต้องการและสร้างด้วยตัวเองเท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นมันเกิดขึ้นด้วยพลังของศิษย์เก่า มจธ. คือ การส่งต่อโอกาส สนับสนุนให้รุ่นน้องของภาควิชาตนเองได้รับทุนการวิจัย หรือทุนการศึกษาจากรุ่นพี่ของพวกเขาเอง โดยจะถือโอกาสในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2563 ขอเชิญชวนศิษย์เก่าชาววิศวกรรมศาสตร์ทุกคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการวิจัย หรือทุนการศึกษาเพื่อต่อยอดมอบโอกาสให้น้องๆ รุ่นปัจจุบันต่อไป”

ศาสตราจารย์ ดร.ชัย จาตุรพิทักษ์กุล

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์